เซนเซอร์ภาพ CMOS

เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ Canon พัฒนาอยู่เสมอ

เซนเซอร์ภาพทำหน้าที่รับแสงที่เข้ามาผ่านเลนส์และแปลงสัญญาณแสงเป็นประจุไฟฟ้าเพื่อสร้างภาพ เซนเซอร์ CMOS โดดเด่นในเรื่องจำนวนพิกเซลและความไวแสงสูง กล้อง EOS ตัวแรกที่ประกอบขึ้นโดยใช้เซนเซอร์ CMOS คือ EOS D30 เปิดตัวในปี 2000 ซึ่งเป็นยุคที่คนยังยึดติดอยู่กับการใช้เซนเซอร์ CCD สำหรับกล้องดิจิตอล ด้วยการคาดการณ์ถึงศักยภาพของเซนเซอร์แบบใหม่นี้ Canon จึงนำเอาเซนเซอร์ CMOS มาใช้ก่อนคู่แข่งรายอื่นๆ และกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเนื่องจาก Canon เน้นที่จะพัฒนาและผลิตภายในบริษัท รวมทั้งให้ความทุ่มเทค้นคว้าหาวิธีที่จะทำให้ภาพเกิดจุดรบกวนน้อยและมีประสิทธิภาพสูง ในวันนี้ กล้อง DSLR แทบทุกรุ่นในโลกใช้เซนเซอร์ CMOS

เซนเซอร์ 2 ขนาด

รายการต่อไปนี้เป็นรุ่นกล้องที่มีจำนวนพิกเซลประมาณ 18 – 50.6 ล้านพิกเซล กล้อง EOS DSLR ทุกรุ่นใช้เซนเซอร์ CMOS ที่มีความละเอียดและประสิทธิภาพสูงเพื่อการถ่ายทอดภาพที่มีความละเอียดคมชัดสูง

เซนเซอร์ CMOS ฟูลเฟรม

ประมาณ (แนวนอน) 36 มม. x (แนวตั้ง) 24 มม.

การที่เซนเซอร์มีขนาดใหญ่กว่าหรือพิกเซลมีจำนวนมากกว่าย่อมหมายถึงว่าแต่ละพิกเซลนั้นสามารถรับแสงได้มากขึ้น ทำให้ควบคุมการเกิดจุดรบกวนได้ง่าย และส่งผลให้การไล่โทนสีมีความเนียนมากขึ้น ด้วยเซนเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ระยะชัดของภาพก็จะยิ่งตื้นขึ้น เอฟเฟ็กต์โบเก้ก็จะเห็นชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย

ฟูลเฟรม: 1D C, 1D X II, 5D IV, 5DS, 5DS R, 6D II, 6D

เซนเซอร์ CMOS ขนาด APS-C

ประมาณ (แนวนอน) 22.3 มม. x (แนวตั้ง) 14.9 มม.

ราคาและคุณภาพของภาพถ่ายที่เหมาะสมกัน เมื่อใช้เลนส์เดียวกัน เซนเซอร์ขนาด APS-C จะให้ภาพระยะเทเลโฟโต้ที่ลึกกว่าทางยาวโฟกัสของเซนเซอร์ฟูลเฟรมประมาณ 1.6 เท่า และทำให้สามารถเพิ่มความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องให้สูงขึ้นอีกด้วย
* ขนาดเซนเซอร์นี้แตกต่างกันเล็กน้อยในกล้องแต่ละรุ่น

APS-C: 7D II, 80D, 77D, 800D, 750D, 700D, 200D, 3000D, 1500D, 1300D, 1200D, M6, M5, M3, M100, M50, M10

กล้องเข้ากันได้